สิวที่ไม่ใช่สิว ที่คิดที่เห็นว่าเป็นสิวนั้นอาจไม่ใช่
ตุ่มเล็กตุ่มใหญ่บนใบหน้านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิวเสมอไปหรอกครับ อย่างเช่นในกรณีของหนุ่มรายหนึ่ง มีตุ่มตามใบหน้ามาตั้งแต่เป็นเด็ก เมื่ออายุย่างเข้าวัยรุ่น ตุ่มโตตามตัวขึ้นมา อีกทั้งยังเริ่มส่งอกระจกเพราะห่วงใยความหล่อเหลาของตนเอง ทีแรกคิดว่าตนเองเป็นสิวซื้อยาทาและสบู่รักษาสิวมาทามาฟอกเองอยู่ตั้งนานก็ไม่ดีขึ้น จึงต้องมาพบแพทย์ในที่สุด
ตุ่มบนใบหน้าของผู้ป่วยรายนี้ ไม่ใช่สิวหรอกครับ ลักษณะที่แท้จริงจัดเป็นเนื้องอกของผิวหนังที่เรียกว่า adenoma sebaceum ตุ่มจะมีลักษณะภายนอกที่แตกต่างจากสิว คือตุ่มเนื้องอกชนิดนี้มีลักษณะเหลืองเป็นมันใส ถ้าดูใกล้ๆ อาจพบหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมากมาย ตุ่มเนื้องอกชนิดนี้มักพบตามร่องข้างแก้ม, แก้มและคาง และยังอาจพบได้ตามหน้าผาก, หนังศีรษะและใบหู
ความสำคัญของตุ่มเนื้องอกชนิดนี้ก็คือเป็นลักษณะหนึ่งของกลุ่มอาการที่เรียกว่า tuberous sclerosis ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธุ์อย่างหนึ่ง ถ่ายทอดแบบลักษณะเด่น (autosomal dominant) พบได้ราว 5-7 รายต่อประชากร 100,000 คน
ลักษณะของกลุ่มอาการนี้ประกอบด้วยอาการแสดงทางผิวหนัง คือ ตุ่มเนื้องอกตามใบหน้า (adenoma sebaceum) ดังที่ได้เคยกล่าวไปแล้ว และยังอาจพบผื่นผิวหนังที่มีลักษณะคล้ายผิวหนังหมู (pigskin) เป็นผื่นนูนหนาสีเนื้อจนออกเหลืองและมีผิวขรุขระเหมือนหนังหมู ผื่นแบบนี้ภาษาแพทย์เรียกว่า shagreen patch นอกจากนั้นก็ยังพบหย่อมด่างขาวตามตัว และเนื้องอกรอบๆเล็บได้ อาการทางร่างกายด้านอื่นที่พบได้ คือ อาการชักและสติปัญญาอ่อน
พบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ป่วยกลุ่มอาการนี้มีสติปัญญาอ่อน และมากกว่าร้อยละ 75 มีอาการชัก
ดังนั้น หากเป็นสิวที่ไม่ใช่สิวเช่นในกรณีนี้ ก็ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ล่ะครับ เพราะจำเป็นต้องตรวจร่างกายกันยกใหญ่ อาจต้องถ่ายภาพเอกซเรย์สมองและถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองตามความจำเป็นในแต่ละราย
ต้องรักษาอาการชัก และรับคำแนะนำในด้านการวางแผนครอบครัว เพราะพ่อหรือแม่ที่เป็นโรคนี้หากมีลูกไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ร้อยละ 50 มีโอกาสเกิดกลุ่มอาการนี้ เรียกว่าโอกาสเสี่ยงมีถึงครึ่งต่อครึ่งทีเดียว
ส่วนในแง่ความสวยความงาม แพทย์อาจตัดตุ่มเหล่านี้ออกโดยใช้การจี้ด้วยไฟฟ้า (electrosurgery), ใช้เลเซอร์ (laser surgery), หรือการขัดผิวหนัง (Dermabrasion)
จะเห็นได้ว่าสิวนั้นมีมากกมายหลายพันธุ์ ดังนั้น หากคุณเป็นสิวแล้วรักษาไม่หายเสียที ก็อาจไม่ใช่สิวธรรมดา จึงควรไปพบแพทย์
ตุ่มเล็กตุ่มใหญ่บนใบหน้านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิวเสมอไปหรอกครับ อย่างเช่นในกรณีของหนุ่มรายหนึ่ง มีตุ่มตามใบหน้ามาตั้งแต่เป็นเด็ก เมื่ออายุย่างเข้าวัยรุ่น ตุ่มโตตามตัวขึ้นมา อีกทั้งยังเริ่มส่งอกระจกเพราะห่วงใยความหล่อเหลาของตนเอง ทีแรกคิดว่าตนเองเป็นสิวซื้อยาทาและสบู่รักษาสิวมาทามาฟอกเองอยู่ตั้งนานก็ไม่ดีขึ้น จึงต้องมาพบแพทย์ในที่สุด
ตุ่มบนใบหน้าของผู้ป่วยรายนี้ ไม่ใช่สิวหรอกครับ ลักษณะที่แท้จริงจัดเป็นเนื้องอกของผิวหนังที่เรียกว่า adenoma sebaceum ตุ่มจะมีลักษณะภายนอกที่แตกต่างจากสิว คือตุ่มเนื้องอกชนิดนี้มีลักษณะเหลืองเป็นมันใส ถ้าดูใกล้ๆ อาจพบหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมากมาย ตุ่มเนื้องอกชนิดนี้มักพบตามร่องข้างแก้ม, แก้มและคาง และยังอาจพบได้ตามหน้าผาก, หนังศีรษะและใบหู
ความสำคัญของตุ่มเนื้องอกชนิดนี้ก็คือเป็นลักษณะหนึ่งของกลุ่มอาการที่เรียกว่า tuberous sclerosis ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธุ์อย่างหนึ่ง ถ่ายทอดแบบลักษณะเด่น (autosomal dominant) พบได้ราว 5-7 รายต่อประชากร 100,000 คน
ลักษณะของกลุ่มอาการนี้ประกอบด้วยอาการแสดงทางผิวหนัง คือ ตุ่มเนื้องอกตามใบหน้า (adenoma sebaceum) ดังที่ได้เคยกล่าวไปแล้ว และยังอาจพบผื่นผิวหนังที่มีลักษณะคล้ายผิวหนังหมู (pigskin) เป็นผื่นนูนหนาสีเนื้อจนออกเหลืองและมีผิวขรุขระเหมือนหนังหมู ผื่นแบบนี้ภาษาแพทย์เรียกว่า shagreen patch นอกจากนั้นก็ยังพบหย่อมด่างขาวตามตัว และเนื้องอกรอบๆเล็บได้ อาการทางร่างกายด้านอื่นที่พบได้ คือ อาการชักและสติปัญญาอ่อน
พบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ป่วยกลุ่มอาการนี้มีสติปัญญาอ่อน และมากกว่าร้อยละ 75 มีอาการชัก
ดังนั้น หากเป็นสิวที่ไม่ใช่สิวเช่นในกรณีนี้ ก็ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ล่ะครับ เพราะจำเป็นต้องตรวจร่างกายกันยกใหญ่ อาจต้องถ่ายภาพเอกซเรย์สมองและถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองตามความจำเป็นในแต่ละราย
ต้องรักษาอาการชัก และรับคำแนะนำในด้านการวางแผนครอบครัว เพราะพ่อหรือแม่ที่เป็นโรคนี้หากมีลูกไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ร้อยละ 50 มีโอกาสเกิดกลุ่มอาการนี้ เรียกว่าโอกาสเสี่ยงมีถึงครึ่งต่อครึ่งทีเดียว
ส่วนในแง่ความสวยความงาม แพทย์อาจตัดตุ่มเหล่านี้ออกโดยใช้การจี้ด้วยไฟฟ้า (electrosurgery), ใช้เลเซอร์ (laser surgery), หรือการขัดผิวหนัง (Dermabrasion)
จะเห็นได้ว่าสิวนั้นมีมากกมายหลายพันธุ์ ดังนั้น หากคุณเป็นสิวแล้วรักษาไม่หายเสียที ก็อาจไม่ใช่สิวธรรมดา จึงควรไปพบแพทย์