วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สิวเสียดสี...ผิวเสียดสีก็มีสิวขึ้นได้

สิวเสียดสี...ผิวเสียดสีก็มีสิวขึ้นได้

พบว่าการออกกำลังกาย เช่น เล่นเครื่อง, นอนยกน้ำหนัก อาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสเสียดสีกับพื้นหรือเบาะมีสิวกำเริบขึ้นได้ โดยเฉพาะหากคุณๆ มีผิวค่อนข้างมันอยู่แล้ว การสัมผัสเสียดสีผิวหนังและเหงื่อไคลที่หลั่งไหลเวลาออกกำลังกายจะกระตุ้นให้เกิดสิวหัวหนองและสิวอักเสบบวมแดงได้ครับ

หนทางที่จะลดหรือป้องกันการเกิดสิวจากการสัมผัสเสียดสีแบบนี้คือ สวมใส่ชุดออกกำลังกายที่มีเนื้อผ้านุ่มเนียน, ออกกำลังกายบนพื้นที่เรียบ (เพื่อลดแรงเสียดทาน) และอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเมื่ออกกำลังกายเสร็จแล้ว

อาจเลือกหาครีมรักษาสิวประเภทที่ซื้อมาใช้ได้เอง เช่น พวกที่มีสารเคมีเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ หรือกรดซาลิไซลิกมาแต้มสิว แต่ถ้าอาการอักเสบของสิวยังไม่ดีขึ้นหรือเป็นมากกำเริบรุนแรงก็ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อการตรวจรักษาต่อไปครับ แพทย์อาจสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดกินที่เหมาะสมให้

นอกจากพบสิวได้บ่อยทั่วบริเวณหลัง และผิวหนังส่วนที่สัมผัสเสียดสีมากๆ แล้ว ยังพบว่าหลายๆ คนมีสิวอักเสบขึ้นที่ก้น ซึ่งสิวที่ก้นนี้เกิดจาการสัมผัสเสียดสีนั่นเอง เหงื่อที่หมักหมมและเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังบริเวณนั้น

พบว่าการวิ่งจ๊อกกิ้ง, เล่นเทนนิส, ใส่ Supporters รัดเวลาเล่นกีฬา,ชุดว่ายน้ำที่เปียกชื้น เหล่านี้ล้วนทำให้คุณมีโอกาสเป็นสิวที่ก้นได้มากขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้ผิวสวยบริเวณบั้นท้ายของคุณไม่ต้องเปรอะไปด้วยสิว จึงควรเลือกเสื้อผ้าชุดกีฬาและชุดชั้นในที่เรียบบาง ทำด้วยผ้าฝ้าย, ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณก้น และซับน้ำให้แห้งบ่อยๆ

เมื่อเล่นกีฬาเสร็จแล้ว หรือว่ายน้ำขึ้นมาแล้วก็ควรอาบน้ำเช็ดตัวให้แห้ง แล้วสวมเสื้อผ้าที่สะอาด

หลายๆ คนเล่นกีฬาหรือว่ายน้ำแล้วยังคงสวมกางเกงกีฬา, กางเกาว่ายน้ำที่อับชื้นอยู่นานๆ สิวจึงขึ้นเปรอะเต็มสองบั้นท้าย

ในร้ายที่มีสิวอักเสบมากๆ ก็ควรพบแพทย์ผิวหนังเพราะอาจจำเป็นต้องได้รับยาแก้อักเสบที่เหมาะสม

สิวที่ก้นนี้จะว่าไม่สำคัญก็ไม่เชิง เพราะอาจอักเสบเป็นฝีหนอง เวลานั่งแล้วเจ็บก้นมาก เพราะอาจอักเสบเป็นฝีหนอง เวลานั่งแล้วเจ็บก้นมาก และเมื่อหายแล้วมักทิ้งริ้วรอยด่างดำไว้นานๆ กว่าจะจางหายก็เป็นเวลาหลายๆ เดือน

สิวหลากสายพันธุ์...ต่างสาเหตุต่างรูปแบบ

สิวหลากสายพันธุ์...ต่างสาเหตุต่างรูปแบบ

“สิว” สามารถแบ่งชนิดย่อยได้อีกหลายอย่าง บางอย่างเกิดจากสาเหตุเฉพาะ บางอย่างมีรูปหน้าตาผิดแผกไปจากที่พบเห็นกันอยู่ประจำ จะขอยกตัวอย่างให้ดูสัก 13 ชนิดนะครับ คือ สิวแกะเกา, สิวเสียดสี, สิวของนักสีซอ, สิวจากเครื่องสำอาง, สิวจากน้ำมันไม่ผม, สิวจากยา, สิวในทารกและเด็ก, สิวสยอง, สิวหลอดเลือดอักเสบอย่างรุนแรง, สิวจากเชื้อยีสต์, สิวหน้าแดง, สิวเรื้อรังที่รักแร้, และสิวที่ไม่ใช่สิว


วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สิวแกะเกา....นั่งเฝ้าหน้ากระจกคอยแกะสิว

สิวแกะเกา....นั่งเฝ้าหน้ากระจกคอยแกะสิว

สิวแกะเกา
มีชื่อเฉพาะเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Acne excoriee เข้าใจว่าคงพบบ่อย หรือพบเป็นครั้งแรกในสาวฝรั่งเศสที่ดูจุกจิกจู้จี้จึงต้องตั้งชื่อสิวพันธุ์นี้เป็นภาษาฝรั่งเศสกันเลย

Acne excoriee นี้มีชื่อเต็มว่า Acne excoriee des jeunes filles เป็นคำฝรั่งเศส แปลเป็นไทยว่า สิวแกะเกาในหญิงสาว เรียกสั้นๆว่าสิวแกะเกาคงพอได้ครับ

สิว
จำพวกนี้มักพบบ่อยในสาวที่ชอบนั่งเฝ้ากระจกครั้งละเป็นชั่วโมงๆ คอยตรวจตาผิวพรรณของตนเองว่าเกลี้ยงเกลาดีพอหรือยัง

บางคนเป็นหนักถึงขนาดเอาแว่นขยายมาส่อง ดูแล้วดูเล่าเพื่อพยายามหาร่องรอยของสิว บางครั้งพบสิวหัวดำแค่จุด 2 จุด ก็เฝ้าบีบเคล้านจนเกิดแผลขึ้น

บางคนใช้เล็บมือแหลมๆ ทั้งแกะทั้งเกาหัวสิวอักเสบหวังจะให้หลุดออก ยิ่งทำให้สิวอักเสบลุกลามเกิดแผลถลอก, แผลอักเสบและแผลเป็น เต็มหน้า

เชื่อว่าผู้ที่เป็นสิวแกะเกานี้มีความผิดปกติทางจิตร่วมด้วยเสมอ คือเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ คิดแต่ว่าตนเองเป็นสิวไม่หายเสียทีก็เลยแกะสิวหวังจะให้หาย ยิ่งแกะยิ่งเป็นมาก และเป็นพวกที่มีสภาพจิตซึมเศร้า โดยเฉพาะวัยรุ่นซึ่งมีอารมณ์แปรปรวนง่ายอยู่แล้ว

เคยมีการศึกษากลุ่มผู้หญิงที่เป็นสิวแกะเกาซึ่งเป็นซ้ำเป็นซากอยู่นานนับ 20 ปี ก็ไม่หายเสียที ตรวจสุขภาพจิตดูแล้วพบว่าการแกะเกาสิวในกลุ่มคนไข้กลุ่มนี้ทำไปเพื่อปิดบังอารมณ์ที่แปรปรวนแบบนี้รักษาสิวกันอย่างไรก็ไม่หายหรอกครับ ต้องอาศัยจิตแพทย์และยาทางโรคจิตเข้าช่วย ร่วมไปกับการรักษาสิวด้วยการกินยา (เช่น เตตราซัยคลีน) และควรแนะนำไม่ให้ผู้ป่วยนั่งเฝ้าแต่ส่องกระจกและคอยดูแลไม่ให้เล็บมือยาว

ผู้ป่วยที่เป็นสิวแกะเกานี้ บางครั้งแม้จะย้ำว่าการแกะสิวอาจเป็นอันตายได้ คือทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อและเกิดแผลเป็นนั้น แต่ด้วยสภาพจิตที่แปรปรวน ผู้ป่วยอดที่จะแกะสิวไม่ได้ จึงจำเป็นต้องรักษาทางจิตใจควบคู่ไปด้วย

ขณะนี้พบสิวแกะเกาในสาวไทยบ้างแล้วครับ คาดว่าอีกไม่นานคงจะระบาดมากขึ้นเช่นกัน เพราะสภาพชีวิตในกรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้คงทำให้สาวไทยเครียดไม่แพ้สาวฝรั่งเศสแน่นอนครับ...ก็สาววัยรุ่นมัธยมของเราต้องตื่นเต้นแต่ตีสี่ เพื่อเข้าโรงเรียนให้ทันตอนเช้าๆกัน

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การลบแผลเป็นจากหลุมบ่อจากการแกะสิว

การลบแผลเป็นจากหลุมบ่อจากการแกะสิว

การลบรอยแผลเป็นจากสิวที่เป็นหลุมเป็นบ่อนั้นเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องทีเดียว บางท่านนิยมแกะสิวมาก ว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็นั่งบีบสิวแกะสิวฆ่าเวลาไป เผลอแผล็บเดียวเกิดหลุมเกิดบ่อขึ้นเต็มหน้า เป็นการทำลายบุคลิกภาพอย่างมาก ต้องมาพบแพทย์เพื่อหาทางกลบหลุมกลบบ่อนั้น

วิธีแก้รอยแผลเป็นที่เป็นหลุมจากการแกะสิว วิธีที่ง่ายหน่อยก็คือ การใช้น้ำยาที่เป็นกรดชื่อไตรคลอโรอะซิติก แต้มตามรอยแผลเป็นนั้น เนื้อที่ปุ๋มลงไปนั้นจะค่อยๆ ตื่นขึ้นได้ แต่ก็ต้องแต้มกันหลายครั้ง และกินเวลานานพอสมควร

อีกเทคนิคหนึ่งคือ การฉีดสารคอลลาเจน ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อจากวัวที่มาสกัดให้บริสุทธิ์ฉีดเข้าไปในหลุมนั้น จะช่วยให้หลุมแผลตื่นขึ้นได้ ก่อนจะฉีดเนื้อเยื่อนี้เข้าไปในรอยแผลเป็นนั้น จำเป็นต้องได้รับการทดสอบ โดยฉีดเข้าในผิวหนังที่ท้องแขนก่อน ทิ้งไว้นานประมาณ 1 เดือน เพื่อดูว่าปฏิกิริยาแพ้หรือไม่ หากไม่แพ้แพทย์จึงจะฉีดเข้าไปในหลุมแผลเป็นจากสิวให้ครับ ผลที่ได้รับเป็นผลชั่วคราว อาจต้องมาฉีดเพิ่มเติมทุกๆปี

แผลเป็นหลุมชนิดที่เป็นมากๆ อาจต้องใช้วิธีขัดหน้า ที่เรียกว่า เดอร์มาเบรซั่น (Dermabrasion) คือใช้ เครื่องมือที่เหมือนกระดาษทรายขัดผิวหน้าที่เป็นหลุมเป็นบ่อ

วิธีนี้ทำให้หลุมบ่อตื้นขึ้นได้แต่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง และหลังทำต้องหลีกเลี่ยงแดดเป็นเวลานาน

นอกจากนั้นยังมีวิธีใช้ “น้ำยาเคมีผ่าตัดใบหน้า” เรียกว่า chemosurgery ซึ่งแพทย์ใช้สารเคมีมาทาบริเวณใบหน้า บริเวณที่มีสิวและริ้วรอยแผลเป็นจาสิว น้ำยาตัวนี้จะกัดผิวหนังส่วนที่ไม่ดีออกไป ทำให้ผิวหนังเรียบชื้น แลดูว่าสิวและรอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จัดเป็นการผ่าตัดอย่างหนึ่ง คือผ่าตัดด้วยน้ำยาเคมี จึงต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

พบว่าพวกซันทีจีนที่ถูกตอนโดยการตัดอัณฑะออกหมดไม่เป็นสิวเลย เพราะไม่มีฮอร์โมนเพศชาย การผ่าตัดเอาอัณฑะออกทิ้งเสียจึงจัดเป็นวิธีรักษาสิวที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง แต่เรื่องแบบนี้รับรองว่าเอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอมแน่นอน....

รักษาสิวด้วยการผ่าตัด

รักษาสิวด้วยการผ่าตัด

เมื่อพูดถึงการผ่าตัดหลายคนคงอดหวาดกลัวไม่ได้ใช่ไหม แต่แท้ที่จริงการผ่าตัดมีหลายรูปแบบ และด้วยวิวัฒนาการด้านการแพทย์ในปัจจุบันนี้ ทำให้เชื่อว่าการผ่าตัดใดๆ ไม่น่ากลัวนัก นึกแล้วก็เป็นบุญหนักหนาที่เกิดมาในยุคนี้น่ะครับ

ลองนึกถึงภาพสมัยก่อนที่ยังไม่มียาชา ยาสลบ ดูสิครับ...หากจำเป็นต้องถูกผ่าตัด เช่น ตัดแขนตัดขานี่...แล้วต้องถูกทำสดๆ จะเจ็บปวดรวดร้าวสักเพียงใด

การผ่าตัดรักษาสิวนั้นมีหลายรูปแบบ บางแบบฟังดูก็อาจไม่คุ้นหู เช่น การผ่าตัวด้วยความเย็น หรือ ที่เรียกว่า cryosurgery

วิธีนี้แพทย์จะใช้น้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์เหลว) ซึ่งมีความเย็นจัด ผสมกับอะซิโดน บางครั้งก็เติมกำมะถันลงไป หรือ บางครั้งก็ใช้ไนโตรเจนเหลวที่มีความเย็นจัดเช่นกันมาจี้สิว

วิธีใช้ความเย็นจี้สิวนี้ ช่วยลดการอักเสบของสิวได้และช่วยลดรอยแผลเป็นของสิวได้บ้าง

การรักษาสิวอีกวิธีหนึ่ง คือ การฉีดยาคอร์ติโคสตีรอยด์เข้าไปในสิวอักเสบ มักใช้ในรายที่เป็นสิวอักเสบเม็ดโตๆ ที่เรียกว่าสิวหัวช้างนั่นแหละครับ วิธีนี้ทำให้สิวเม็ดโตๆ ยุบได้อย่างรวดเร็ว เป็นการลดการเกิดรอยแผลเป็นจากสิวด้วย

วิธีนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาสิวอย่างได้ผลทันตา...เช่น ใกล้จะถึงวันวิวาห์แล้วหนายอดชีวี แต่ยังมีสิวเห่ออยู่ ถ่ายรูปวันแต่งงานออกมาแต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังมีสิวเม็ดโตๆ กันคนละ 4-5 เม็ดก็คงไม่สวยแน่ จำเป็นต้องฉีดยาสตีรอยด์เข้าหัวสิวเพื่อให้สิวยุบทันงาน

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ใช้สบู่ยาฟอกหน้ารักษาสิวดีไหม

ใช้สบู่ยาฟอกหน้ารักษาสิวดีไหม

นอกจากยาทารักษาสิว ยาแต้มสิวที่กล่าวไปแล้ว หลายคนคงเคยใช้สบู่ยาเพื่อรักษาสิว ผู้ที่เป็นสิวหลายคนคงล้างหน้าวันละหลายๆครั้งเพื่อหวังว่าสิวจะหายไป จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อยๆ เมื่อเป็นสิวหรือไม่

คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้วจะแนะนำให้ล้างหน้าเพียงวันละ 2 ถึง 3 ครั้ง เพื่อชำระล้างเหงื่อไคล, ไขมัน, แบคทีเรีย และขี้ไคลออกจากผิวหนัง แต่การล้างหน้าต้องล้างเบาๆ แล้วซับน้ำให้แห้งด้วยผ้าขนหนู

การซับหน้าก็ควรจะซับเบาๆ อย่าใช้ผ้าขนหนูถูหน้าแรงๆ เพราะยิ่งจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น

โดยทั่วไปขอแนะนำให้ใช้สบู่อ่อนล้างหน้า เพราะสบู่ยามักแรงเกินไปและทำให้ผิวแห้ง, ลอก และระคายเคืองได้

ส่วนการใช้แปรงหรือฟองน้ำขัดถูใบหน้านั้น ทำให้ผิวหนังลอกและระคายเคือง

คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าการขัดถูใบหน้าช่วยให้คอมมีโดนหลุดออกมาได้ ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้น จึงไม่แนะนำให้ขัดถูใบหน้าไม่ว่าจะด้วยแปรง ฟองน้ำ หรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถู เพราะทำให้ใบหน้าระคายเคืองและเป็นการกระตุ้นให้สิวกำเริบขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวหน้าบางและไวอยู่แล้วด้วย

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แนวทางการรักษาสิว

แนวทางการรักษาสิว

ปัญหาที่ผู้เป็นสิวมักถามแพทย์บ่อยๆ ก็คือ

สิวรักษาหายขาดหรือไม่

ทำไมสิวจึงเป็นๆ หายๆ

วิธีที่เร็วที่สุดที่จะรักษาสิวให้หมดไปควรทำอย่างไร

ทั้งนี้เพราะว่าสิวมีส่วนทำให้ผู้ที่เป็นเกิดความยุ่งยากขึ้นในหัวใจพอควรทีเดียว

ต้องขอบอกว่าสิวนั้นจัดเป็นโรคที่ซับซ้อนโรคหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนกับอีกหลายๆ โรคที่การรักษาได้ผลแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล นั่นคือหลายๆ รายโชคดีรักษาแล้วสิวหายไปได้หมด แต่มีอีกหลายๆ คนที่รักษาสิวหายแล้วยังเกิดขึ้นได้ประปราย

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปล่อยให้การเป็นสิวก่อความยุ่งยากใจให้ตนเอง ที่ต้องเตือนกันอย่างนี้เพราะเคยมีรายงานว่า มีผู้เป็นสิวมากแล้วเกิดความกลัดกลุ้มขึ้นจนถึงขนาดต้องฆ่าตัวตายทีเดียว ทั้งนี้เพราะสิวบางพันธุ์ในบางคนนั้นถึงจะรักษายาก แต่ด้วยหักวิธีการทางการแพทย์ปัจจุบัน พบว่าสามารถควบคุมการเกิดสิว, ลดความรุนแรงของการเกิดสิว, และลดการเกิดแผลเป็นจากสิวได้มาก

ความคิดที่ว่าสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ ปล่อยให้เป็นเองหายเองนับเป็นความคิดที่ผิด เพราะ “สิวอักเสบ” จัดเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียอย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องเพื่อลดการอักเสบ ลดโอกาสเกิดแผลเป็นและทำให้มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ขึ้นกับปัจจัยต่างๆกัน เช่น ชนิดและความรุนแรงของสิวที่เป็นและอายุของผู้ป่วย

ผู้ป่วยและปฏิบัติตามข้อแนะนำ ไม่ว่าเป็นในด้านการกินยา, การทายา, ยาแต้มสิว, และการดูแลผิวหนัง หากว่าเราสงสัยเรื่องใดเกี่ยวกับสิว ควรถามรายละเอียดจากแพทย์ที่ให้การรักษาจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ยาแต้มสิว ยาทาสิวในรูปแบบอื่นๆ

ยาแต้มสิว ยาทาสิวในรูปแบบอื่นๆ

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวที่ใช้กันทั่วไปนอกจากบีพีและยากลุ่มกรดวิตามินแล้ว ยังมีตัวอื่นเช่น ซัลเฟอร์ รีซอร์ซิน กรดซาลิไซลิก ยาทาสิวพวกนี้นิยมใช้กันในยุคก่อนที่จะมีบีพี ปัจจุบันนี้ใช้กันน้อยลงแต่ก็ยังมีการนำมาใช้อยู่บ้าง

ยาซัลเฟอร์ตัวเดียวหรือร่วมกับรีซอร์ซิน ช่วยให้สิวอักเสบมีอาการดีขึ้นได้ เพราะมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียร่วมกับมีฤทธิ์ที่ผิวหนังที่บุท่อต่อมไขมัน ส่วนผสมของซัลเฟอร์และรีซอร์ซินนี้มักมีสีเนื้อ จึงเป็นการปกปิดร่องรอยของสิวอักเสบและรอยดำได้ด้วย

ส่วนกรดซาลิไซลิกนั้น มีผลต่อเซลล์บุท่อต่มไขมัน ทำให้ไขมันอุดตันหรือคอมมีโดนหลุดลอกออกมาได้ง่าย แต่ฤทธิ์จะไม่ดีเท่ายาพวกกลุ่มกรดวิตามินเอ ยาแต้มสิว ยาทาสิวกรดซาลิไซลิกนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวน้อย ๆ โดยเฉพาะเป็นสิวหัวดำครับ

นอกจากยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวแล้ว การที่เรารู้จักดูแลรักษาผิวหน้าของเราให้สะอาดอยู่เสมอจะช่วยให้ปัญหาเรื่องสิวหมดไปได้ด้วยครับ ดังนั้น ดูแลตั้งแต่วันนี้ อย่าให้เป็นสิวจะดีกว่า

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ฮอร์โมนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้

ฮอร์โมนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้

พบว่าอิทธิพลของฮอร์โมนเพศจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันสร้างไขมันมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดไขมันคั่งค้างในท่อต่อมไขมัน จึงเกิดสิวอุดตัน และสิวอักเสบตามมา แต่ก็พบได้บ่อยว่าผู้ที่เลยวัยรุ่นไปยังสามารถเป็นสิวได้อีก เพราะมีสิ่งกระตุ้นจากภายนอกมากมาย เช่น สารเคมีที่มีอยู่ในสบู่ เป็นต้น

เราพบว่าสบู่เหลวบางอย่างมีสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสิว และพบว่าครีมบำรุงผิว, น้ำมัน และโลชั่นบางอย่างอาจก่อให้เกิดสิวได้ เช่นกัน

ยาทาแก้แพ้แก้ค้นที่มีส่วนผสมของสารสตีรอยด์ สามารถกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้เกิดสิวที่เรียกว่า steroid acne ได้

ยาประเภทนี้ช่วงแรกจะทำให้สิวยุบลงทันตาเห็น จึงเป็นที่นิยมใช้กันมาก หารู้ไม่ว่าเมื่อใช้นาน ๆ จะกระตุ้นให้เกิดสิวใหม่ได้มาก

ลักษณะของสิวจากสตีรอยด์นั้น เป็นเม็ดเล็กๆ ยิบๆ ขนาดเท่าๆกัน ขึ้นทั่วใบหน้า โดยมากมักไม่พบคอมมีโดน (Comedone) เกิดร่วมด้วย

นอกจากนั้น การเช็ดหน้า ขัดถูหน้าแรงๆ และการล้างหน้าบ่อยจนเกินไป คือ ล้างวันละประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง ก็มีสิทธิ์กระตุ้นให้สิวผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราได้เช่นกัน

รู้อย่างนี้แล้วคนที่ล้างหน้าแรงๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการล้างหน้าของเราอย่างเบามือขึ้นมาหน่อยแล้ว นอกจากหน้าจะมีสิทธิ์มีสิวขึ้นได้แล้ว ยังเป็นการทำให้หน้าเกิดความเหี่ยวย่นได้ อย่าล้างหน้าแบบรีบร้อนประมาณว่า ล้างให้เสร็จๆไป หากทำแบบนี้ ไม่ช้าไม่นาน หน้าคุณคงจะพังเป็นแน่เลย ใบหน้าของเราก็ควรจะดูแลให้ดีๆ ทำความสะอาดอย่างทนุถนอมและเบามือที่สุดนะครับ

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กินยาเพื่อรักษาสิว

กินยาเพื่อรักษาสิว

หลายคนคงเคยสงสัยว่าเมื่อยามมีสิวอักเสบแล้วไปพบแพทย์ ทำไมแพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะ หรือ antibiotics มากิน สิวเป็นโรคติดเชื้อหรืออย่างไร

คำตอบคือ แพทย์มักสั่งยาปฏิชีวนะให้แก่คนไข้ที่มีสิวอักเสบ โดยหวังให้ยาปฏิชีวนะนี้ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียพีแอ็กเน่ลงซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบ

สิวนั้นเริ่มต้นที่ต่อมไขมันหลั่งไขมันออกมามากจนบางครั้งไขมันหลั่งออกสู่ผิวไม่ทัน ทำให้เกิดไขมันอุดตันในท่อต่อมไขมันเกิดเป็นสิวอุดตันหรือคอมมีโดน (Comedone) ขึ้นมา

เมื่อมีสิวอุดตันคั่งค้างอยู่นานๆ เชื้อแบคทีเรียที่เคยอยู่เป็นปกติสุขบริเวณนั้น คือ พีแอ็กเน่ก็จะมากินย่อยสลายไขมันนั้นเกิดเป็นกรดไขมัน ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว เกิดเป็นสิวอักเสบตุ่มแดงตุ่มหนองขึ้นเปรอะใบหน้าของคุณ

การให้ยาปฏิชีวนะกินจึงเป็นการลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียลงทำให้เกิดกรดไขมันน้อยลง และเป็นการลดการอักเสบของสิวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงไม่นิยมให้ยาปฏิชีวนะแก่คนไข้ที่เป็นแค่สิวเพียงเล็กน้อย และเป็นสิวไม่อักเสบ

ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบไม่มากนัก แค่สัก 2 ถึง 3 เม็ด อาจใช้ยาปฏิชีวนะในรูปของยาทาสิว ยาแต้มสิว ก็เพียงพอ ที่ใช้กันบ่อยก็คือยาทาคลินดามัยซิน, ยาทาอีริโทรมัยซิน เป็นต้น หากว่าเป็นสิวอักเสบมากหรือดื้อต่อการรักษา จึงควรได้รับยาปฏิชีวนะกิน

แผลเป็นจากการแกะสิว

แผลเป็นจากการแกะสิว

ปัญหาตามมาของการเป็นสิวที่พบบ่อย คือ แผลเป็นจากสิวซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งที่บั่นทอนบุคลิกภาพของเราอย่างมากเลย

การป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิวที่ดีที่สุด คือ อย่าบีบ อย่าแกะสิวอักเสบ และคอยระวังไม่ให้คนอื่นมาแกะแทนให้ด้วยเช่นกัน เพราะมีคนไข้หลายรายที่บอกว่าตัวเองไม่เคยแกะสิวเลย แต่ญาติมิตรช่วยมาแกะให้แทน มันก็ไม่ต่างกันจ๊ะ ไม่ได้อยู่ที่ใครแกะ แต่มันอยู่ที่ว่าการแกะจากใครก็ตามทำให้สิวอักเสบได้

นอกจากนั้น เมื่อมีการอักเสบของสิวเกิดขึ้น คุณควรไปพบแพทย์เพื่อการรักษาอย่างถูกต้อง จะเป็นการลดการเกิดแผลเป็นจากสิวลงด้วย

หากคุณโชคร้าย เคยบีบเคยแกะสิวจนเกิดเป็นรอยแผลเป็นมีหลุมบ่อบใบหน้า จนใบหน้าแลดูขรุขระ ก็พอมีวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ แต่จัดเป็นเรื่องยาก และต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเท่านั้น

เทคนิคแรกที่พอจะลบรอยแผลเป็นจากสิวออกได้บ้าง ก็คือ การขัดหน้าที่เรียกว่าเดอร์มาเบรชั่น (Dermabrasion) โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีหัวคล้ายกระดาษทรายมาขัดผิวหน้าบางส่วนออกทำให้มีผิวใหม่งอกออกมา หลังขัดหน้าด้วยวิธีนี้ใบหน้าอาจแดงหรือมีรอยดำอยู่หลายเดือน วิธีนี้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก

ในกรณีที่รอยแผลเป็นมีไม่มากนัก แพทย์อาจใช้น้ำกรดไตรคลอโรอะซิติกทาแต้มรอยแผลเป็นนั้น หลุมแผลเป็นอาจตื้นขึ้นได้บ้าง

อีกวิธีที่พอจะแก้ไขปัญหานี้ คือ การฉีดเนื้อเยื่อสังเคราะห์ที่เรียกว่า คอลลาเจนเข้าไปทดแทนเนื้อเยื่อที่หายไป แผลเป็นจะตื้นขึ้นได้

แต่ก่อนฉีดต้องทดสอบว่าแพ้ยาตัวนี้หรือไม่ โดยทดสอบที่ท้องแขนก่อน รอจนครบ 1 เดือน หากไม่มีปฏิกริยาแพ้ต่อคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจึงคอลลาเจนฉีดหลุมแผลเป็นจากสิวได้

ชนิดต่างๆของยาปฏิชีวนะกินเพื่อรักษาสิว

ชนิดต่างๆของยาปฏิชีวนะกินเพื่อรักษาสิว

ยากินรักษาสิวที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ เตตราซัยคลีน (tetracycline),อีริโทรมัยซิน (erythromycin), แบกทริม (Bactrim) และมิโนชัยคลีน (minocycline)

ตัวที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ เตตราซัยคลีน การกินยาตัวนี้ควรกินยาในขณะที่ท้องว่าง นั่นคือ กินยาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง หรืออีกทีหนึ่งก็กินยาหลังกินอาหารนานเกิน 2 ชั่วโมงไปแล้ว เราพบว่าอาหารโดยเฉพาะที่ทำจากนม เช่น ไอศกรีม, เนย จะขัดขวางการดูดซึมของยาตัวนี้จากระบบทางเดินอาหาร

นอกจากนั้นพวกแร่ธาตุ เช่น เหล็กในวิตามิน เกลือแร่ที่กินก็จะขัดขวางการดูดซึมของตัวยาได้ จึงไม่ควรกินยาพร้อมกับอาหารและวิตามินจำพวกนี้

ยาปฏิชีวนะชนิดกิน บางตัวอาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดด แพทย์ที่สั่งจ่ายยาอาจแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงแสงแดด และทายากันแดดร่วมไปด้วย แต่ก็ไม่ควรใช้ยากันแดดที่เหนอะหนะเกินไป เพราะเนื้อครีมที่เหนอะหนะอาจกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นมาได้

เราพบเสมอว่า หลายๆคนเมื่อกินยาปฏิชีวนะ ในช่วงแรกอาจเกิดอาการมวนท้องและคลื่นไส้ได้โดยเฉพาะในช่วง 2 ถึง 3 วันแรก

คุณผู้หญิงบางคนกินยาปฏิชีวนะรักษาสิวต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจเกิดการติดเชื้อยีสต์แคนดิดาในช่องคลอดได้ ทำให้มีของเหลวไหลจากช่องคลอดและมีอาการคัน ในกรณีนี้ต้องไปพบแพทย์ เพื่อรักษาการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอด พร้อมกับให้แพทย์พิจารณาว่าสมควรกินยาปฏิชีวนะต่อไปไหม

ยาเตตราซัยคลีนมีผลต่อกระดูกและฟันของเด็กอ่อนในครรภ์ จึงห้ามหญิงมีครรภ์กินยาตัวนี้

ในกรณีที่มีข้อแทรกซ้อนจากการกินยาเตตราซัยคลีนแล้วแพทย์อาจเปลี่ยนมาให้อีริโทรมัยซินซึ่งเป็นยาที่มีราคาแพงกว่าอย่างไรก็ตาม ยาตัวนี้อาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้เช่นกัน

ในบางรายที่อาการของสิวไม่ดีขึ้นหลังจากได้รับยาเตตราซัยคลีน แพทย์อาจเปลี่ยนมาใช้ยาแบกทริม สำหรับยาตัวนี้มีข้อควรระวังคือ อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ยา และการแพ้ยาแบกทริมซึ่งเป็นยาในกลุ่มซัลฟา อาจมีอาการรุนแรงมากได้

ส่วนมิโนซัยคลีนนั้นจัดเป็นยากลุ่มเตตราซัยคลีน แต่ได้ผลดีกว่า จึงเหมาะที่จะนำมาใช้รักษาผู้ป่วยสิวที่ไม่ตอบสนองต่อการได้ยาเตตราซัยคลินและอีริโทรมัยซิน ยาตัวนี้อาจทำให้เกิดรอยดำที่ฟัน, ที่รอยสิว รวมทั้งรอยดำในช่องปากด้วย จึงต้องหมั่นระวังตรวจดู อย่างไรก็ตาม รอยดำนี้จะค่อยๆ จางลงเมื่อหยุดกินยาแล้ว

ส่วนยาปฏิชีวนะชนิดทานั้นที่ใช้กันมากก็คือ อีริโทรมัยซินและคลินดามัยซิน มีอยู่หลายรูป เช่น เป็นสารละลายแอลกอฮอล์, เจล และออยด์เมนต์ แพทย์จะเป็นผู้เลือกให้คุณว่ารูปแบบใดที่เหมาะสำหรับผิวหนังของคุณ

กินยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนรักษาสิวได้จริงหรือ

กินยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนรักษาสิวได้จริงหรือ

การรักษาสิวด้วยยาคุมหรือฮอร์โมนนั้น ใช้เอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง เพื่อมาระงับการทำงานของต่อมไขมัน

สมัยก่อนนิยมใช้ยาคุมกำเนิดกิน ที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนระดับสูงมาใช้รักษาสิว แต่ปัจจุบันนิยมใช้ยาคุมที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนในระดับต่ำกว่าเดิม

ยาคุมกำเนิดเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวได้ผลมากน้อยแตกต่างกันไปบ้าง และขึ้นอยู่กับในแต่ละคนด้วย ต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิว เพื่อให้แน่ใจว่าจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ในการรักษาหรือไม่ เพราะอาจมีหนทางอื่นที่ปลอดภัยกว่า บางครั้งอาจต้องใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับยาสตีรอยด์เพื่อลดการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมีส่วนผลิตแอนโดรเจนด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นสิวชนิดที่สมควรได้รับการรักษาด้วยฮอร์ดมนนั้นมีเพียงส่วนน้อย หากสงสัยว่าเป็นสิวชนิดที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยฮอร์โมนก็ควรปรึกษาสูตินรีเวชแพทย์ และแพทย์ผิวหนังก่อน

การทายาเพื่อรักษาสิว

ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบไม่มากนัก แค่ 2 – 3 เม็ด หรือ เป็นเพียงสิวอุดตัน เราอาจใช้ยารักษาสิวด้วยตนเองได้ ยาทารักษาสิวโดยเฉพาะตัวที่ใช้กันบ่อยทั่วไป

ตัวแรกที่จะพูดถึงคือ เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) หรือ เรียกย่อๆ ว่ “บีพี” (BP = Benzoyl Peroxide)

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวอีกตัวที่นิยมรองลงมา คือ ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ ซึ่งนอกจากใช้รักษาสิวแล้วยังใช้ทาเพื่อลบริ้วรอยเหี่ยวแก่ได้อีกด้วย

ยาทาตัวนี้ทำให้ก้อนไขมันที่อุดตันในท่อต่อมไขมัน ที่เรียกกันว่า คอมมีโดน หลวมตัวและหลุดออกมา

ยาทาตัวนี้เหมาะสำหรับสิวที่ไม่อักเสบ ซึ่งประกอบด้วยสิวหัวดำและสิวหัวขาว

เมื่อทายาหรือแต้มยากลุ่มกรดวิตามินเอ ในระยะแรกผิวหนังอาจแดงและลอกได้ แต่เมื่อทายาหรือแต้มยาไป 2 ถึง 3 อาทิตย์แล้ว ผิวหนังจะเริ่มปรับตัวทำให้แลดูดีขึ้น การอักเสบระคายเคืองมักพบในคนที่มีผิวหนังบางและไวอยู่แล้ว

นอกจากนั้นยังพบได้เสมอว่า การทายากลุ่มกรดวิตามินเอในช่วงแรกอาจกระตุ้นให้สิวอักเสบกำเริบทำให้ดูว่าอาการของสิวเป็นมากขึ้น

นอกจากนั้นยาทา ยาแต้มสิวตัวนี้ยังทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดด หากทายาตัวนี้แล้วจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ยาทากันแดดทุกครั้งที่ออกถูกแดด

ยาแต้มสิว ยาทากลุ่มนี้มีหลายรูปแบบ เช่น เป็น เจล, ครีม และสารละลาย และมีความเข้มข้นแตกต่างกัน ยาทาตัวนี้จัดเป็นยาอันตราย เพราะอาจมีข้อแทรกซ้อนได้ จึงต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้นแพทย์จะเลือกรูปแบบและขนาดความเข้มข้นของยาที่เหมาะสมกับสภาพผิวหนังและความรุนแรงของสิวที่คุณเป็น

ยาแต้มสิว เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์...ยาทารักษาสิวยอดนิยม

ยาแต้มสิว เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์...ยาทารักษาสิวยอดนิยม

ตัวยาบีพีนี้จัดเป็นยาทาสิวที่นิยมใช้กันมากที่สุดตัวหนึ่ง มีฤทธิ์ขจัดแบคทีเรีย มีวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบที่ซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์และแบบที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เมื่อทายาบีพีแล้วตัวยาจะซึมเข้าสู่รูขุมขนและต่อมไขมัน ทำให้จำนวนเชื้อแบคทีเรียพีแอ็คเน่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบลดจำนวนลงได้

ข้อเสีย ของตัวยาบีพีที่พบได้บ่อยคือ ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการระคายเคืองหลังทายา และบางรายอาจเกิดผื่นแพ้สัมผัสจากยาตัวนี้ได้

บางคนทายาบ่อยครั้งเกินไป ทำให้ผิวหนังแห้ง, ลอก และระคายเคือง ต้องระวังไม่ให้เนื้อยาโดนผม, เสื้อผ้า หรือผ้าขนหนู เพราะจะทำให้เกิดรอยด่างขึ้น

ข้อแนะนำของการทายาบีพีนั้น แรกเริ่มอาจให้ทั่วหน้าตอนเย็น ทิ้งไว้สัก 1 ถึง 2 นาทีแล้วจึงล้างออก หากไม่เกิดอาการแพ้หรือผื่นแดง จึงค่อยๆ เพิ่มเวลา จนในที่สุดก็อาจทาทิ้งไว้ได้เลย

ยาทาบีพีมีหลายรูปแบบ เช่น เป็น เจล, ครีม, โลชั่น, มาสก์และคลีนเซอร์ นอกจากนั้นก็ยังมีบีพีในสูตรที่ผสมกับยาปฏิชีวนะคือ อีริโทรมัยซินอีกด้วย

การไปพบแพทย์จะช่วยเลือกรูปแบบของยาได้เหมาะสม อีกทั้งยังจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาตัวนี้อย่างถูกต้องอีกด้วย


วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ยาแต้มสิว ที่ให้ผลเร็ว ไม่เป็นอันตราย

คนเป็นสิวยังคงมีอยู่จำนวนมาก ยาแต้มสิว ยี่ห้อดังๆทั้งหลายก็ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ดจากในป่าเขา..
การแข่นขันของผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้านับวันจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคอย่างเราก็จะได้รับผลิตภัณฑ์ดีๆมาใช้กัน...ครีมทาสิว หรือ ยาแต้มสิว หรือ พวก เจลแต้มสิวต่างๆ หรือ เครื่องสำอางเกี่ยวกับใบหน้า เราควรศึกษาข้อมูลอย่างดีก่อนจะเลือกซื้อมาใช้กับใบหน้าของเรา เลือกผิดเพียงแค่ครั้งเดียว นั่นอาจหมายถึงหน้าของคุณอาจพังแบบถาวรเลยก็ได้ ...สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราพอจะมั่นใจและกล้าลองเสี่ยงที่จะซื้อครีมมาใช้นั่นก็คือ การเลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงดี รวมถึงเลือกใช้ครีมให้ถูกกับปัญหาที่เราเจอ
   ยาแต้มสิวดี คงมีอยู่หลายยี่ห้อที่วางขายตามท้องตลาด ตามอินเทอเน็ต ก็มีอยู่หลายเว็บที่เปิดมาขาย ถ้าหากจะซื้อมาใช้เราต้องดูความน่าเชื่อถือของเว็บด้วย ดูว่ามีคนพูดคุยกันว่าอย่างไรในเว็บบอร์ด เราจะทราบว่าสินค้าดีแค่ไหนจากการสังเกตจากตรงนี้ก็ได้
   เรื่องยาแต้มสิว หรือ เจลแต้มสิว นั้นปัจจุบัน มี ยาแต้มสิวที่ได้ผลดีอยู่หลายตัว แต้มแล้วสิวยุบภายในคืนเดียวเลย .... ให้ผลเร็วแต่ปิดภัย..พูดอย่างนี้ก็ใช่ว่าทุกๆเจ้าที่ขายยาแต้มสิวจะต้องเป็นยาแต้มสิวที่ดีเหมือนกันหมด ดั่งนั้นเราต้งหาข้อมูลให้ดี..เอาไว้เดี๋ยวจะหาข้อมูลยาแต้มสิวดีๆมาแนะนำกันน่ะ  โปรดติดตามโอกาสหน้าจ๊ะ