วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แนวทางการรักษาสิว

แนวทางการรักษาสิว

ปัญหาที่ผู้เป็นสิวมักถามแพทย์บ่อยๆ ก็คือ

สิวรักษาหายขาดหรือไม่

ทำไมสิวจึงเป็นๆ หายๆ

วิธีที่เร็วที่สุดที่จะรักษาสิวให้หมดไปควรทำอย่างไร

ทั้งนี้เพราะว่าสิวมีส่วนทำให้ผู้ที่เป็นเกิดความยุ่งยากขึ้นในหัวใจพอควรทีเดียว

ต้องขอบอกว่าสิวนั้นจัดเป็นโรคที่ซับซ้อนโรคหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนกับอีกหลายๆ โรคที่การรักษาได้ผลแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล นั่นคือหลายๆ รายโชคดีรักษาแล้วสิวหายไปได้หมด แต่มีอีกหลายๆ คนที่รักษาสิวหายแล้วยังเกิดขึ้นได้ประปราย

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปล่อยให้การเป็นสิวก่อความยุ่งยากใจให้ตนเอง ที่ต้องเตือนกันอย่างนี้เพราะเคยมีรายงานว่า มีผู้เป็นสิวมากแล้วเกิดความกลัดกลุ้มขึ้นจนถึงขนาดต้องฆ่าตัวตายทีเดียว ทั้งนี้เพราะสิวบางพันธุ์ในบางคนนั้นถึงจะรักษายาก แต่ด้วยหักวิธีการทางการแพทย์ปัจจุบัน พบว่าสามารถควบคุมการเกิดสิว, ลดความรุนแรงของการเกิดสิว, และลดการเกิดแผลเป็นจากสิวได้มาก

ความคิดที่ว่าสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ ปล่อยให้เป็นเองหายเองนับเป็นความคิดที่ผิด เพราะ “สิวอักเสบ” จัดเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียอย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องเพื่อลดการอักเสบ ลดโอกาสเกิดแผลเป็นและทำให้มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ขึ้นกับปัจจัยต่างๆกัน เช่น ชนิดและความรุนแรงของสิวที่เป็นและอายุของผู้ป่วย

ผู้ป่วยและปฏิบัติตามข้อแนะนำ ไม่ว่าเป็นในด้านการกินยา, การทายา, ยาแต้มสิว, และการดูแลผิวหนัง หากว่าเราสงสัยเรื่องใดเกี่ยวกับสิว ควรถามรายละเอียดจากแพทย์ที่ให้การรักษาจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ยาแต้มสิว ยาทาสิวในรูปแบบอื่นๆ

ยาแต้มสิว ยาทาสิวในรูปแบบอื่นๆ

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวที่ใช้กันทั่วไปนอกจากบีพีและยากลุ่มกรดวิตามินแล้ว ยังมีตัวอื่นเช่น ซัลเฟอร์ รีซอร์ซิน กรดซาลิไซลิก ยาทาสิวพวกนี้นิยมใช้กันในยุคก่อนที่จะมีบีพี ปัจจุบันนี้ใช้กันน้อยลงแต่ก็ยังมีการนำมาใช้อยู่บ้าง

ยาซัลเฟอร์ตัวเดียวหรือร่วมกับรีซอร์ซิน ช่วยให้สิวอักเสบมีอาการดีขึ้นได้ เพราะมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียร่วมกับมีฤทธิ์ที่ผิวหนังที่บุท่อต่อมไขมัน ส่วนผสมของซัลเฟอร์และรีซอร์ซินนี้มักมีสีเนื้อ จึงเป็นการปกปิดร่องรอยของสิวอักเสบและรอยดำได้ด้วย

ส่วนกรดซาลิไซลิกนั้น มีผลต่อเซลล์บุท่อต่มไขมัน ทำให้ไขมันอุดตันหรือคอมมีโดนหลุดลอกออกมาได้ง่าย แต่ฤทธิ์จะไม่ดีเท่ายาพวกกลุ่มกรดวิตามินเอ ยาแต้มสิว ยาทาสิวกรดซาลิไซลิกนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวน้อย ๆ โดยเฉพาะเป็นสิวหัวดำครับ

นอกจากยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวแล้ว การที่เรารู้จักดูแลรักษาผิวหน้าของเราให้สะอาดอยู่เสมอจะช่วยให้ปัญหาเรื่องสิวหมดไปได้ด้วยครับ ดังนั้น ดูแลตั้งแต่วันนี้ อย่าให้เป็นสิวจะดีกว่า

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ฮอร์โมนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้

ฮอร์โมนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้

พบว่าอิทธิพลของฮอร์โมนเพศจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันสร้างไขมันมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดไขมันคั่งค้างในท่อต่อมไขมัน จึงเกิดสิวอุดตัน และสิวอักเสบตามมา แต่ก็พบได้บ่อยว่าผู้ที่เลยวัยรุ่นไปยังสามารถเป็นสิวได้อีก เพราะมีสิ่งกระตุ้นจากภายนอกมากมาย เช่น สารเคมีที่มีอยู่ในสบู่ เป็นต้น

เราพบว่าสบู่เหลวบางอย่างมีสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสิว และพบว่าครีมบำรุงผิว, น้ำมัน และโลชั่นบางอย่างอาจก่อให้เกิดสิวได้ เช่นกัน

ยาทาแก้แพ้แก้ค้นที่มีส่วนผสมของสารสตีรอยด์ สามารถกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้เกิดสิวที่เรียกว่า steroid acne ได้

ยาประเภทนี้ช่วงแรกจะทำให้สิวยุบลงทันตาเห็น จึงเป็นที่นิยมใช้กันมาก หารู้ไม่ว่าเมื่อใช้นาน ๆ จะกระตุ้นให้เกิดสิวใหม่ได้มาก

ลักษณะของสิวจากสตีรอยด์นั้น เป็นเม็ดเล็กๆ ยิบๆ ขนาดเท่าๆกัน ขึ้นทั่วใบหน้า โดยมากมักไม่พบคอมมีโดน (Comedone) เกิดร่วมด้วย

นอกจากนั้น การเช็ดหน้า ขัดถูหน้าแรงๆ และการล้างหน้าบ่อยจนเกินไป คือ ล้างวันละประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง ก็มีสิทธิ์กระตุ้นให้สิวผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราได้เช่นกัน

รู้อย่างนี้แล้วคนที่ล้างหน้าแรงๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการล้างหน้าของเราอย่างเบามือขึ้นมาหน่อยแล้ว นอกจากหน้าจะมีสิทธิ์มีสิวขึ้นได้แล้ว ยังเป็นการทำให้หน้าเกิดความเหี่ยวย่นได้ อย่าล้างหน้าแบบรีบร้อนประมาณว่า ล้างให้เสร็จๆไป หากทำแบบนี้ ไม่ช้าไม่นาน หน้าคุณคงจะพังเป็นแน่เลย ใบหน้าของเราก็ควรจะดูแลให้ดีๆ ทำความสะอาดอย่างทนุถนอมและเบามือที่สุดนะครับ

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กินยาเพื่อรักษาสิว

กินยาเพื่อรักษาสิว

หลายคนคงเคยสงสัยว่าเมื่อยามมีสิวอักเสบแล้วไปพบแพทย์ ทำไมแพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะ หรือ antibiotics มากิน สิวเป็นโรคติดเชื้อหรืออย่างไร

คำตอบคือ แพทย์มักสั่งยาปฏิชีวนะให้แก่คนไข้ที่มีสิวอักเสบ โดยหวังให้ยาปฏิชีวนะนี้ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียพีแอ็กเน่ลงซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบ

สิวนั้นเริ่มต้นที่ต่อมไขมันหลั่งไขมันออกมามากจนบางครั้งไขมันหลั่งออกสู่ผิวไม่ทัน ทำให้เกิดไขมันอุดตันในท่อต่อมไขมันเกิดเป็นสิวอุดตันหรือคอมมีโดน (Comedone) ขึ้นมา

เมื่อมีสิวอุดตันคั่งค้างอยู่นานๆ เชื้อแบคทีเรียที่เคยอยู่เป็นปกติสุขบริเวณนั้น คือ พีแอ็กเน่ก็จะมากินย่อยสลายไขมันนั้นเกิดเป็นกรดไขมัน ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว เกิดเป็นสิวอักเสบตุ่มแดงตุ่มหนองขึ้นเปรอะใบหน้าของคุณ

การให้ยาปฏิชีวนะกินจึงเป็นการลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียลงทำให้เกิดกรดไขมันน้อยลง และเป็นการลดการอักเสบของสิวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงไม่นิยมให้ยาปฏิชีวนะแก่คนไข้ที่เป็นแค่สิวเพียงเล็กน้อย และเป็นสิวไม่อักเสบ

ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบไม่มากนัก แค่สัก 2 ถึง 3 เม็ด อาจใช้ยาปฏิชีวนะในรูปของยาทาสิว ยาแต้มสิว ก็เพียงพอ ที่ใช้กันบ่อยก็คือยาทาคลินดามัยซิน, ยาทาอีริโทรมัยซิน เป็นต้น หากว่าเป็นสิวอักเสบมากหรือดื้อต่อการรักษา จึงควรได้รับยาปฏิชีวนะกิน

แผลเป็นจากการแกะสิว

แผลเป็นจากการแกะสิว

ปัญหาตามมาของการเป็นสิวที่พบบ่อย คือ แผลเป็นจากสิวซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งที่บั่นทอนบุคลิกภาพของเราอย่างมากเลย

การป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิวที่ดีที่สุด คือ อย่าบีบ อย่าแกะสิวอักเสบ และคอยระวังไม่ให้คนอื่นมาแกะแทนให้ด้วยเช่นกัน เพราะมีคนไข้หลายรายที่บอกว่าตัวเองไม่เคยแกะสิวเลย แต่ญาติมิตรช่วยมาแกะให้แทน มันก็ไม่ต่างกันจ๊ะ ไม่ได้อยู่ที่ใครแกะ แต่มันอยู่ที่ว่าการแกะจากใครก็ตามทำให้สิวอักเสบได้

นอกจากนั้น เมื่อมีการอักเสบของสิวเกิดขึ้น คุณควรไปพบแพทย์เพื่อการรักษาอย่างถูกต้อง จะเป็นการลดการเกิดแผลเป็นจากสิวลงด้วย

หากคุณโชคร้าย เคยบีบเคยแกะสิวจนเกิดเป็นรอยแผลเป็นมีหลุมบ่อบใบหน้า จนใบหน้าแลดูขรุขระ ก็พอมีวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ แต่จัดเป็นเรื่องยาก และต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเท่านั้น

เทคนิคแรกที่พอจะลบรอยแผลเป็นจากสิวออกได้บ้าง ก็คือ การขัดหน้าที่เรียกว่าเดอร์มาเบรชั่น (Dermabrasion) โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีหัวคล้ายกระดาษทรายมาขัดผิวหน้าบางส่วนออกทำให้มีผิวใหม่งอกออกมา หลังขัดหน้าด้วยวิธีนี้ใบหน้าอาจแดงหรือมีรอยดำอยู่หลายเดือน วิธีนี้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก

ในกรณีที่รอยแผลเป็นมีไม่มากนัก แพทย์อาจใช้น้ำกรดไตรคลอโรอะซิติกทาแต้มรอยแผลเป็นนั้น หลุมแผลเป็นอาจตื้นขึ้นได้บ้าง

อีกวิธีที่พอจะแก้ไขปัญหานี้ คือ การฉีดเนื้อเยื่อสังเคราะห์ที่เรียกว่า คอลลาเจนเข้าไปทดแทนเนื้อเยื่อที่หายไป แผลเป็นจะตื้นขึ้นได้

แต่ก่อนฉีดต้องทดสอบว่าแพ้ยาตัวนี้หรือไม่ โดยทดสอบที่ท้องแขนก่อน รอจนครบ 1 เดือน หากไม่มีปฏิกริยาแพ้ต่อคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจึงคอลลาเจนฉีดหลุมแผลเป็นจากสิวได้

ชนิดต่างๆของยาปฏิชีวนะกินเพื่อรักษาสิว

ชนิดต่างๆของยาปฏิชีวนะกินเพื่อรักษาสิว

ยากินรักษาสิวที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ เตตราซัยคลีน (tetracycline),อีริโทรมัยซิน (erythromycin), แบกทริม (Bactrim) และมิโนชัยคลีน (minocycline)

ตัวที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ เตตราซัยคลีน การกินยาตัวนี้ควรกินยาในขณะที่ท้องว่าง นั่นคือ กินยาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง หรืออีกทีหนึ่งก็กินยาหลังกินอาหารนานเกิน 2 ชั่วโมงไปแล้ว เราพบว่าอาหารโดยเฉพาะที่ทำจากนม เช่น ไอศกรีม, เนย จะขัดขวางการดูดซึมของยาตัวนี้จากระบบทางเดินอาหาร

นอกจากนั้นพวกแร่ธาตุ เช่น เหล็กในวิตามิน เกลือแร่ที่กินก็จะขัดขวางการดูดซึมของตัวยาได้ จึงไม่ควรกินยาพร้อมกับอาหารและวิตามินจำพวกนี้

ยาปฏิชีวนะชนิดกิน บางตัวอาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดด แพทย์ที่สั่งจ่ายยาอาจแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงแสงแดด และทายากันแดดร่วมไปด้วย แต่ก็ไม่ควรใช้ยากันแดดที่เหนอะหนะเกินไป เพราะเนื้อครีมที่เหนอะหนะอาจกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นมาได้

เราพบเสมอว่า หลายๆคนเมื่อกินยาปฏิชีวนะ ในช่วงแรกอาจเกิดอาการมวนท้องและคลื่นไส้ได้โดยเฉพาะในช่วง 2 ถึง 3 วันแรก

คุณผู้หญิงบางคนกินยาปฏิชีวนะรักษาสิวต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจเกิดการติดเชื้อยีสต์แคนดิดาในช่องคลอดได้ ทำให้มีของเหลวไหลจากช่องคลอดและมีอาการคัน ในกรณีนี้ต้องไปพบแพทย์ เพื่อรักษาการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอด พร้อมกับให้แพทย์พิจารณาว่าสมควรกินยาปฏิชีวนะต่อไปไหม

ยาเตตราซัยคลีนมีผลต่อกระดูกและฟันของเด็กอ่อนในครรภ์ จึงห้ามหญิงมีครรภ์กินยาตัวนี้

ในกรณีที่มีข้อแทรกซ้อนจากการกินยาเตตราซัยคลีนแล้วแพทย์อาจเปลี่ยนมาให้อีริโทรมัยซินซึ่งเป็นยาที่มีราคาแพงกว่าอย่างไรก็ตาม ยาตัวนี้อาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้เช่นกัน

ในบางรายที่อาการของสิวไม่ดีขึ้นหลังจากได้รับยาเตตราซัยคลีน แพทย์อาจเปลี่ยนมาใช้ยาแบกทริม สำหรับยาตัวนี้มีข้อควรระวังคือ อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ยา และการแพ้ยาแบกทริมซึ่งเป็นยาในกลุ่มซัลฟา อาจมีอาการรุนแรงมากได้

ส่วนมิโนซัยคลีนนั้นจัดเป็นยากลุ่มเตตราซัยคลีน แต่ได้ผลดีกว่า จึงเหมาะที่จะนำมาใช้รักษาผู้ป่วยสิวที่ไม่ตอบสนองต่อการได้ยาเตตราซัยคลินและอีริโทรมัยซิน ยาตัวนี้อาจทำให้เกิดรอยดำที่ฟัน, ที่รอยสิว รวมทั้งรอยดำในช่องปากด้วย จึงต้องหมั่นระวังตรวจดู อย่างไรก็ตาม รอยดำนี้จะค่อยๆ จางลงเมื่อหยุดกินยาแล้ว

ส่วนยาปฏิชีวนะชนิดทานั้นที่ใช้กันมากก็คือ อีริโทรมัยซินและคลินดามัยซิน มีอยู่หลายรูป เช่น เป็นสารละลายแอลกอฮอล์, เจล และออยด์เมนต์ แพทย์จะเป็นผู้เลือกให้คุณว่ารูปแบบใดที่เหมาะสำหรับผิวหนังของคุณ

กินยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนรักษาสิวได้จริงหรือ

กินยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนรักษาสิวได้จริงหรือ

การรักษาสิวด้วยยาคุมหรือฮอร์โมนนั้น ใช้เอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง เพื่อมาระงับการทำงานของต่อมไขมัน

สมัยก่อนนิยมใช้ยาคุมกำเนิดกิน ที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนระดับสูงมาใช้รักษาสิว แต่ปัจจุบันนิยมใช้ยาคุมที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจนในระดับต่ำกว่าเดิม

ยาคุมกำเนิดเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวได้ผลมากน้อยแตกต่างกันไปบ้าง และขึ้นอยู่กับในแต่ละคนด้วย ต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิว เพื่อให้แน่ใจว่าจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ในการรักษาหรือไม่ เพราะอาจมีหนทางอื่นที่ปลอดภัยกว่า บางครั้งอาจต้องใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับยาสตีรอยด์เพื่อลดการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมีส่วนผลิตแอนโดรเจนด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นสิวชนิดที่สมควรได้รับการรักษาด้วยฮอร์ดมนนั้นมีเพียงส่วนน้อย หากสงสัยว่าเป็นสิวชนิดที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยฮอร์โมนก็ควรปรึกษาสูตินรีเวชแพทย์ และแพทย์ผิวหนังก่อน

การทายาเพื่อรักษาสิว

ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบไม่มากนัก แค่ 2 – 3 เม็ด หรือ เป็นเพียงสิวอุดตัน เราอาจใช้ยารักษาสิวด้วยตนเองได้ ยาทารักษาสิวโดยเฉพาะตัวที่ใช้กันบ่อยทั่วไป

ตัวแรกที่จะพูดถึงคือ เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) หรือ เรียกย่อๆ ว่ “บีพี” (BP = Benzoyl Peroxide)

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ

ยาแต้มสิว ยาทารักษาสิวอีกตัวที่นิยมรองลงมา คือ ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ ซึ่งนอกจากใช้รักษาสิวแล้วยังใช้ทาเพื่อลบริ้วรอยเหี่ยวแก่ได้อีกด้วย

ยาทาตัวนี้ทำให้ก้อนไขมันที่อุดตันในท่อต่อมไขมัน ที่เรียกกันว่า คอมมีโดน หลวมตัวและหลุดออกมา

ยาทาตัวนี้เหมาะสำหรับสิวที่ไม่อักเสบ ซึ่งประกอบด้วยสิวหัวดำและสิวหัวขาว

เมื่อทายาหรือแต้มยากลุ่มกรดวิตามินเอ ในระยะแรกผิวหนังอาจแดงและลอกได้ แต่เมื่อทายาหรือแต้มยาไป 2 ถึง 3 อาทิตย์แล้ว ผิวหนังจะเริ่มปรับตัวทำให้แลดูดีขึ้น การอักเสบระคายเคืองมักพบในคนที่มีผิวหนังบางและไวอยู่แล้ว

นอกจากนั้นยังพบได้เสมอว่า การทายากลุ่มกรดวิตามินเอในช่วงแรกอาจกระตุ้นให้สิวอักเสบกำเริบทำให้ดูว่าอาการของสิวเป็นมากขึ้น

นอกจากนั้นยาทา ยาแต้มสิวตัวนี้ยังทำให้ผิวหนังไวต่อแสงแดด หากทายาตัวนี้แล้วจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ยาทากันแดดทุกครั้งที่ออกถูกแดด

ยาแต้มสิว ยาทากลุ่มนี้มีหลายรูปแบบ เช่น เป็น เจล, ครีม และสารละลาย และมีความเข้มข้นแตกต่างกัน ยาทาตัวนี้จัดเป็นยาอันตราย เพราะอาจมีข้อแทรกซ้อนได้ จึงต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้นแพทย์จะเลือกรูปแบบและขนาดความเข้มข้นของยาที่เหมาะสมกับสภาพผิวหนังและความรุนแรงของสิวที่คุณเป็น

ยาแต้มสิว เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์...ยาทารักษาสิวยอดนิยม

ยาแต้มสิว เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์...ยาทารักษาสิวยอดนิยม

ตัวยาบีพีนี้จัดเป็นยาทาสิวที่นิยมใช้กันมากที่สุดตัวหนึ่ง มีฤทธิ์ขจัดแบคทีเรีย มีวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบที่ซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์และแบบที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เมื่อทายาบีพีแล้วตัวยาจะซึมเข้าสู่รูขุมขนและต่อมไขมัน ทำให้จำนวนเชื้อแบคทีเรียพีแอ็คเน่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบลดจำนวนลงได้

ข้อเสีย ของตัวยาบีพีที่พบได้บ่อยคือ ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการระคายเคืองหลังทายา และบางรายอาจเกิดผื่นแพ้สัมผัสจากยาตัวนี้ได้

บางคนทายาบ่อยครั้งเกินไป ทำให้ผิวหนังแห้ง, ลอก และระคายเคือง ต้องระวังไม่ให้เนื้อยาโดนผม, เสื้อผ้า หรือผ้าขนหนู เพราะจะทำให้เกิดรอยด่างขึ้น

ข้อแนะนำของการทายาบีพีนั้น แรกเริ่มอาจให้ทั่วหน้าตอนเย็น ทิ้งไว้สัก 1 ถึง 2 นาทีแล้วจึงล้างออก หากไม่เกิดอาการแพ้หรือผื่นแดง จึงค่อยๆ เพิ่มเวลา จนในที่สุดก็อาจทาทิ้งไว้ได้เลย

ยาทาบีพีมีหลายรูปแบบ เช่น เป็น เจล, ครีม, โลชั่น, มาสก์และคลีนเซอร์ นอกจากนั้นก็ยังมีบีพีในสูตรที่ผสมกับยาปฏิชีวนะคือ อีริโทรมัยซินอีกด้วย

การไปพบแพทย์จะช่วยเลือกรูปแบบของยาได้เหมาะสม อีกทั้งยังจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาตัวนี้อย่างถูกต้องอีกด้วย