กินยาเพื่อรักษาสิว
หลายคนคงเคยสงสัยว่าเมื่อยามมีสิวอักเสบแล้วไปพบแพทย์ ทำไมแพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะ หรือ antibiotics มากิน สิวเป็นโรคติดเชื้อหรืออย่างไร
คำตอบคือ แพทย์มักสั่งยาปฏิชีวนะให้แก่คนไข้ที่มีสิวอักเสบ โดยหวังให้ยาปฏิชีวนะนี้ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียพีแอ็กเน่ลงซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบ
สิวนั้นเริ่มต้นที่ต่อมไขมันหลั่งไขมันออกมามากจนบางครั้งไขมันหลั่งออกสู่ผิวไม่ทัน ทำให้เกิดไขมันอุดตันในท่อต่อมไขมันเกิดเป็นสิวอุดตันหรือคอมมีโดน (Comedone) ขึ้นมา
เมื่อมีสิวอุดตันคั่งค้างอยู่นานๆ เชื้อแบคทีเรียที่เคยอยู่เป็นปกติสุขบริเวณนั้น คือ พีแอ็กเน่ก็จะมากินย่อยสลายไขมันนั้นเกิดเป็นกรดไขมัน ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว เกิดเป็นสิวอักเสบตุ่มแดงตุ่มหนองขึ้นเปรอะใบหน้าของคุณ
การให้ยาปฏิชีวนะกินจึงเป็นการลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียลงทำให้เกิดกรดไขมันน้อยลง และเป็นการลดการอักเสบของสิวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงไม่นิยมให้ยาปฏิชีวนะแก่คนไข้ที่เป็นแค่สิวเพียงเล็กน้อย และเป็นสิวไม่อักเสบ
ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบไม่มากนัก แค่สัก 2 ถึง 3 เม็ด อาจใช้ยาปฏิชีวนะในรูปของยาทาสิว ยาแต้มสิว ก็เพียงพอ ที่ใช้กันบ่อยก็คือยาทาคลินดามัยซิน, ยาทาอีริโทรมัยซิน เป็นต้น หากว่าเป็นสิวอักเสบมากหรือดื้อต่อการรักษา จึงควรได้รับยาปฏิชีวนะกิน
หลายคนคงเคยสงสัยว่าเมื่อยามมีสิวอักเสบแล้วไปพบแพทย์ ทำไมแพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะ หรือ antibiotics มากิน สิวเป็นโรคติดเชื้อหรืออย่างไร
คำตอบคือ แพทย์มักสั่งยาปฏิชีวนะให้แก่คนไข้ที่มีสิวอักเสบ โดยหวังให้ยาปฏิชีวนะนี้ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียพีแอ็กเน่ลงซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบ
สิวนั้นเริ่มต้นที่ต่อมไขมันหลั่งไขมันออกมามากจนบางครั้งไขมันหลั่งออกสู่ผิวไม่ทัน ทำให้เกิดไขมันอุดตันในท่อต่อมไขมันเกิดเป็นสิวอุดตันหรือคอมมีโดน (Comedone) ขึ้นมา
เมื่อมีสิวอุดตันคั่งค้างอยู่นานๆ เชื้อแบคทีเรียที่เคยอยู่เป็นปกติสุขบริเวณนั้น คือ พีแอ็กเน่ก็จะมากินย่อยสลายไขมันนั้นเกิดเป็นกรดไขมัน ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวมาที่เม็ดสิว เกิดเป็นสิวอักเสบตุ่มแดงตุ่มหนองขึ้นเปรอะใบหน้าของคุณ
การให้ยาปฏิชีวนะกินจึงเป็นการลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียลงทำให้เกิดกรดไขมันน้อยลง และเป็นการลดการอักเสบของสิวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงไม่นิยมให้ยาปฏิชีวนะแก่คนไข้ที่เป็นแค่สิวเพียงเล็กน้อย และเป็นสิวไม่อักเสบ
ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบไม่มากนัก แค่สัก 2 ถึง 3 เม็ด อาจใช้ยาปฏิชีวนะในรูปของยาทาสิว ยาแต้มสิว ก็เพียงพอ ที่ใช้กันบ่อยก็คือยาทาคลินดามัยซิน, ยาทาอีริโทรมัยซิน เป็นต้น หากว่าเป็นสิวอักเสบมากหรือดื้อต่อการรักษา จึงควรได้รับยาปฏิชีวนะกิน